หลวงพ่อธัมมชโย ธรรมกาย โดนเล่นงานเพราะเมตตาคนไม่ยอมล้างส้วม ตอนที่ 2
![]() |
| บทฝึกการล้างส้วม ล้างห้องน้ำ เพื่อขัดเกลาจิตใจและลดทิฏฐิมานะ |
นิสัยโอหังของคนที่ไม่ยอมล้างส้วม
เรื่องนี้ได้ยินจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง บอกว่า นายคนนี้นี่ตลกค่ะ สมัยบวชอยู่ยังไม่ลาสิกขา เขาเคยบอกว่า
"หลวงพี่จะไม่ยอมสึกไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น การสึก เหมือนคนที่ก้มลงดูดก้อนเขฬะที่ตัวเองบ้วนไว้กลับคืนไป" เขาคงลืมคำพูดนี้ แต่ท่านจำได้ดี
เขา มีนิสัยโอหัง ขาดความเคารพ ขาดความกตัญญูมาตั้งแต่บวช บอกกับท่านว่าเบื่อหลวงพ่อทัตตะ เทศน์แต่มงคลสูตร เขามีความสามารถเชิงความจำ แต่ขาดพิจารณา ขาดปัญญาเป็นอย่างมาก
เขา
โกรธมากที่สุดในกรณีหนึ่ง ที่แรกก้าวร้าวก้าวก่ายแต่หลวงพ่อทัตตะ
แต่ในที่สุดถึงหลวงพ่อธัมมะเลย ไม่แน่ใจว่าจบPhd หรือไม่
เพราะตอนหลังไม่ค่อยยอมเรียนหนังสือ เข้าไปยุ่งกับวาติกัน มีนิสัยใฝ่สูง
ทะเยอทะยานมาก ดูถูกคนทั้งหลายด้วย
การบวชของเขาเป็นไปตามความเห็นของพระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสอง แต่ไม่ใช่ความเห็นของคุณยายและของวัดพระธรรมกาย เมื่อ
ท่านยินดีให้เข้ามาเป็นภิกษุในวัด ทุกคนก็ยินดีและให้การต้อนรับ
แม้การบวชของเขาจะข้ามสิทธิ์ของคนอื่น โดยเฉพาะอุบาสกที่ฝึกตนมาเพื่อบวช
หลวงพ่อธัมมชโยเมตตาอสรพิษร้าย
เมื่อ บวชเข้ามา ทุกคนทราบแต่ว่าจะต้องให้ความร่วมมือ ผู้ใหญ่หลายคนที่ทราบว่าการเรียนหนังสือของเขาต้องใช้เงิน ทุกคนก็ถวายปัจจัยผ่านทางหลวงพ่อธัมมชโย
ถ้าพูดถึง "ความรู้ของเขา" จึงพูดได้ว่า
"มาจากปัจจัยของชาววัดพระธรรมกาย"
ซึ่ง จุดประสงค์นั้น เราทราบกันดีว่า องค์กรของเรา คือ วัดพระธรรมกาย มีความปรารถนาจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ชาววัดเรียกท่านว่า"หลวงปู่" และแสวงหาบุคคลที่มีการศึกษาพื้นฐานดี เรียนหนังสืออยู่ในเกณฑ์ดี มีพื้นฐานทางภาษาพอใช้ได้ และมี"หัวใจดวงเดียวกัน"กับท่านทั้งสอง พอดีเขาอยู่ในข่ายนี้ และมีความชัดเจน ณ ตอนนั้นว่าจะ" บวชเพื่อทำหน้าที่ศึกษาวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นทนายแก้ต่างให้และเพื่อเผยแพร่คุณงามความดีของวิชชาให้สะพัดออกไป ในกลุ่มชาวตะวันตก"
การล้างส้วมไม่เป็นบ่งบอกอะไร
ในทางตรงข้าม คุณยายจันทร์ ขนนกยูง ผู้เป็นที่เคารพสูงสุดของหลวงพ่อทั้งสอง และของคนทั้งองค์กรกลับไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ด้วยเหตุที่ฟังดูแล้วดูเหมือนจะไร้เหตุผล คือ "คนๆนี้ล้างส้วมไม่เป็น"
แต่ การ"ล้างส้วม" ของคุณยายนั้นมีนัยยะที่สำคัญมาก คือ ถ้าบุคคลใดแม้ส้วมที่ตัวเองใช้ยังล้างให้สะอาดไม่ได้ ถือว่า"หมดดี" หรือ "ดีน้อย"
เพราะ ห้อง
ส้วมและห้องน้ำควรจะเป็นที่ๆสะอาดที่สุด
เพราะเราเข้าไปเพื่อปลดความสกปรกทั้งหลายทิ้งไปจากตัว
หากห้องที่เข้าไปเพื่อความสะอาดยังไม่สะอาด แสดงว่าตัวเองจะต้องสกปรกออกมา
ทั้งห้องอาบน้ำและห้องถ่ายทุกข์ หรือ "ส้วม"
เขามีความไม่เข้าใจตรงจุดนี้เป็นอย่างมาก ประกอบกับจบการศึกษาสูงมา
ทำให้มองเห็นงานนี้เป็นสิ่งน่ารังเกียจ เป็นงานที่ไม่สมเกียรติ
เมื่อได้หน้าที่นี้ จึงหาหนทางเลี่ยง โดยการใช้ให้คนอื่นๆหรือน้องๆทำ โดย วิธีการต่างๆ เพื่อให้ดูเหมือนไม่ว่างอยู่ ติดภาระกิจอื่นที่สำคัญอยู่ เลยไม่ได้ลงมือเองสักที หรือทำเองน้อยเต็มทีซึ่งสิ่งเหล่านี้ รอดสายตาหลวงพ่อทั้งสองไป
เพราะ คุณยายถือว่า จะเป็นใหญ่เป็นโตต่อไป ต้องทำงานทุกอย่างได้ ต้องไม่เลือกงาน ต้องไม่เลี่ยงงาน และต้องไม่ให้ใครมารับภาระในหน้าที่ของตนหรือไม่ทำตนให้เป็นภาระของใคร และต้องปราศจากเสียซึ่งทิฎฐิมานะ
ก่อน ที่จะพูดถึงเรื่องอื่นๆต่อไป ท่านได้อธิบายความสำคัญของการล้างห้องน้ำ ห้องส้วมสักนิดว่าทรงคุณอย่างยิ่งในการชำระทิฏฐิมานะ เพราะถ้าจะประพฤติธรรม เผยแผ่ธรรม และเป็นกัลยาณมิตร ทิฏฐิต้องมีน้อยมาก เพราะจะต้องไปเผชิญ ไปพบ ไปพูดคุยกับคนต่างฐานะ ต่างศักดินาและต่างฐานันดร ถ้าไม่ลดทิฎฐิตนเองแล้ว จะไม่สามารถเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาได้
และเมื่อมีความถือตนอยู่ ว่าเก่งกว่า ฐานันดรทางการศึกษาและครอบครัวดีกว่า มีฐานะกว่า เช่นนี้ ย่อมไม่สามารถเป็นที่ตั้งแห่งศรัทธาได้
สำหรับ เขาถือว่าเป็นเช่นนี้ จีงไม่น่าแปลกในเลยว่า ทำไมถึงใฝ่สูง และคิดอยู่ตลอดเวลาว่า "ตนเหนือกว่าใคร" ตราบใดที่คนประเภทนี้ยังได้รับการยอมรับ(บ้าง) ก็ไม่ค่อยจะสำแดงตัวตนเท่าใด แต่เมื่อได้รับการยอมรับมากๆ ก็มักจะคิดว่าตัวเก่งกว่าใครๆที่แวดล้อมอยู่
ครั้น ไม่ได้รับการยอมรับก็รับไม่ได้ ก็จะค่อยสำแดงฤทธิ์ออกมาทีละน้อย จนถึงมาก จนไม่สามารถอยู่ในที่นั้นได้ จะพูดก็ได้ว่า เขาอยู่วัดไม่ได้ เพราะ ล้างส้วมไม่เป็น ซึ่งตอนนี้พวกเราส่วนใหญ่มีความเข้าใจความสำคัญตรงนี้ดีอยู่แล้ว
เพราะสำหรับพวกเรา การล้างส้วมเป็นสิ่งแรกที่ต้องหัด ต้องทำ
และทำให้ดีให้ได้กันทุกคน ทุกหน้าที่ ทุกระดับฐานะและฐานันดร
เพราะ การล้างส้วม คือ การฝึกการลดทิฏฐิมานะ
คือ การฝึกตนเองให้เข้าใจคนอื่น ฝึกตนเองให้มีเมตตา ฝึกตนเองให้มีความอดทน และฝึกตนให้รู้จักความสะอาด รู้จักรับผิดชอบของที่ต้องใช้ร่วมกัน รับผิดชอบความรู้สึกของคนอื่นๆด้วย แต่นิสัยหนึ่งของเขาที่เห็นชัด คือ การยกตนขึ้นเหนือคนอื่น และเห็นคนอื่นต่ำต้อยกว่าตน มีความรู้เท่าใดก็เขียนเท่านั้น แต่ความคิดลึกๆไม่ได้ เพราะปฏิบัติธรรมไม่ได้ดีเท่าที่ควร
คือ การฝึกตนเองให้เข้าใจคนอื่น ฝึกตนเองให้มีเมตตา ฝึกตนเองให้มีความอดทน และฝึกตนให้รู้จักความสะอาด รู้จักรับผิดชอบของที่ต้องใช้ร่วมกัน รับผิดชอบความรู้สึกของคนอื่นๆด้วย แต่นิสัยหนึ่งของเขาที่เห็นชัด คือ การยกตนขึ้นเหนือคนอื่น และเห็นคนอื่นต่ำต้อยกว่าตน มีความรู้เท่าใดก็เขียนเท่านั้น แต่ความคิดลึกๆไม่ได้ เพราะปฏิบัติธรรมไม่ได้ดีเท่าที่ควร
ท่านที่สงสัยว่าวัดพระธรรมกายมีดีอย่างไร
ทำไมคนจึงยังศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโยอย่างเหนียวแน่น
เป็นเรื่องจริงที่นักข่าวอยากรู้ อ่านได้ที่นี่...
http://www.lifeandlist.net/why_dhammakaya_temple/

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น