วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

เคล็ดลับทำให้มีพระมหาเปรียญฯ มากเป็นที่หนึ่ง และ รักสามัคคีดุจพี่น้อง

เคล็ดลับทำให้มีพระมหาเปรียญฯ มากเป็นที่หนึ่ง และ รักสามัคคีดุจพี่น้อง

ถึงแม้ว่ากระแสข่าวจะโหมโจมตีวัดพระธรรมกายอย่างไม่หยุดหย่อนหลายระลอก ตั้งแต่เมื่อราว 10 ปีที่ผ่านมา และยังฝังรอยในใจหลายๆ คนให้ตามย่ำยีความศรัทธาวัดแห่งนี้อยู่เสมอจนกระทั่งถึงบัดนี้

แต่เหตุใด พระภิกษุ สามเณร และสาธุชนที่เข้าวัดนี้ยังสามัคคีกลมเกลียวเหนียวแน่นและเพิ่มจำนวนมากขึ้น อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในและต่างประเทศ
สถานที่ในวัดก็ดูจะเจริญรุ่งเรือง สิ่งก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามสัจจะที่ได้สัญญาไว้กับผู้ที่บริจาคเงินมา ทุกงานบุญดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ภาพงดงามจนเป็นที่ประทับใจให้สื่อต่างประเทศนำไปลงข่าวความน่าอัศจรรย์อยู่ บ่อยๆ

ได้สนทนากับ พระมหาเปรียญธรรม 9 ประโยคแห่งวัดพระธรรมกาย
ท่านบวชมาตั้งแต่เป็นสามเณรตัวน้อยๆ เมื่ออายุ 12 ปี  ในปีพ.ศ. 2533 เวลาผ่านมากว่า 26 ปี เป็นหนึ่งในจำนวนพระภิกษุสามเณรนับพันรูปที่เติบโตมาในวัดแห่งนี้จึงได้ข้อมูลเคล็ดลับนี้มา...


กิจวัตรที่อัดแน่นเต็มวันของสามเณรยุคนั้น

ถือเป็นแบบอย่างการใช้เวลาในชีวิตอย่างมีคุณค่ายิ่ง


ภาพถ่ายที่หมู่กุฏิสามเณรวัดพระธรรมกาย
ซึ่งกุฎิมีจะ 10 หลัง จัดให้พักเรียงตามอายุของสามเณร

ตื่นตั้งแต่ 4.30 น. เก็บที่นอน พับผ้า มุ้งเสื่อให้เรียบร้อย
เหมือนกันทุกกระเบียด  ทำภารกิจส่วนตัว
แล้วพากันเข้าแถวหน้ากุฏิที่พัก ฟังพี่เณรให้โอวาทน้องเณร
แล้วจึงไปสวดมนต์ทำวัตรเช้า เวลาตี 5 นั่งสมาธิ ถึง 6 โมง
จากนั้นออกบิณฑบาต ซักผ้า เก็บขยะ  กวาดวัด

ฉันเช้า 7.00 น. -  7.30 น.
แล้วรับฟังโอวาทพระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว
ต่อจากนั้นจึงช่วยกันเก็บภาชนะ เตรียมไว้รอสำหรับมื้อเพล

มีเวลาพักไม่เท่าไหร่ก็เข้าห้องเรียนวิชาภาษาบาลี
ต้องเข้าห้องให้ทัน 8.30 น. และเรียนถึง 10.30 โดยประมาณ
ส่วนช่วงเข้าพรรษาก็จะศึกษาวิชานักธรรม
11.00 น. ฉันเพล
13.00 น. ปฏิบัติธรรม
14.00 น.-16.30 น. เข้าเรียนต่อ
16.45 น. รับบุญทำความสะอาดพื้นที่หรือพากันไปช่วยงานเรื่องจัดงานบุญต่างๆ ที่ขอความช่วยเหลือจากสามเณร
18.00 น. - 18.30 น. เป็นเวลาส่วนตัวของสามเณร
18.45 น. ตั้งแถวฟังพี่เณรให้โอวาท
19.00 น. สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรมจากพระอาจารย์
หรือไปเข้าฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยให้โอวาท
สอนธรรมะ เจริญสมาธิภาวนา

20.30 น. กางกลด ตั้งโต๊ะอ่านหนังสือเรียน ทำการบ้าน เตรียมการเรียนต่อไปในวันรุ่งขึ้น จนถึง 22.00 โดยปกติไม่สามารถหลบไปจำวัดก่อนนั้นได้ เพราะต้องอ่านหนังสือกันทุกรูป พอได้ยินเสียงสัญญาณก็แปรงฟัน ฟังเสียงหลวงพ่อนำแผ่เมตตา อธิษฐานจิต แล้วก็จำวัดอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยบุญกุศลที่ทำมาตลอดวัน

สามเณรที่ไปปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาเป็นหลัก ที่ดอยสุเทพ
ในช่วงพักจากการสอบพระบาลี 

ท่านเหล่านั้นศึกษาเล่าเรียนในวัดจนเติบโตขึ้นมาเป็นพระภิกษุที่ทรงภูมิรู้ภูมิธรรม มีความสมานสามัคคีกลมเกลียว พูดคุยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง รักกันเหมือนญาติแท้ๆ
แม้บ้านเกิดมาจากต่างจังหวัด ต่างท้องถิ่น ต่างสำเนียงภาษา
ทำให้วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่จำนวนผู้สอบได้เปรียญธรรมมากที่สุดในประเทศไทยของเรา 
เป็นครูบาอาจารย์สอนวิชาภาษาบาลี สอนธรรมะ
และช่วยกันขยายงานพระพุทธศาสนา
ทั้งในและต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ถ้าใครเคยได้ยินเสียงท่านสวดมนต์พร้อมกันนะ
เสียงแต่ละรูปท่านก้องกังวานเหมือนมีลำโพงดีๆ ซ่อนอยู่ในตัว
ด้วยอานิสงส์ท่ีท่านสวดมนต์ เปล่งวาจาบริสุทธิ์
กลั่นกาย กลั่นใจของท่านให้บริสุทธิ์สะอาดมาตั้งแต่วัยเยาว์

เรื่องความรักใคร่สามัคคีกัน มีคำสั้นๆ ง่ายๆ คือ ท่านบอกว่า "โตมาด้วยกัน"
ซึ่งเนื้อแท้ข้างในมีสิ่งที่มัดใจท่านเหล่านั้น ไม่ให้กายหายไปไหนเสียจากวัด
คือ การอบรมหล่อหลอม การสอนคุณธรรมโดยพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณหลวงพ่อทัตตชีโว และคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง

นอกจากพระภิกษุสามเณรแล้ว
สาธุชน คนเข้าวัดนี้ ก็น่าแปลกที่เอาใจใส่การทำงานอาสาสมัครให้วัด
เป็นกิจอย่างหนึ่งชีวิตประจำวัน พูดคุยด้วยภาษาเดียวกัน
ว่าอย่างไร เขาก็ว่าตามกันหมด
ทั้งที่ศาสนาพุทธไม่ได้บังคับให้ใครๆ ต้องมาทุ่มเททำเพื่อวัดใดวัดหนึ่ง
เหมือนอย่างกับเอาทุกสิ่งในชีวิตเข้าแลกได้เช่นนี้
 ก็เป็นสิ่งที่น่าศึกษาติดตามอยู่เหมือนกัน

ท่านที่สงสัยว่าวัดพระธรรมกายมีดีอย่างไร
ทำไมคนจึงยังศรัทธาหลวงพ่อธัมมชโยอย่างเหนียวแน่น
เป็นเรื่องจริงที่นักข่าวอยากรู้ อ่านได้ที่นี่...
http://www.lifeandlist.net/why_dhammakaya_temple/

โดย PJK_BEST

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น